เรียน GMAT




SmartMathsTutor กิ๊ก
          นักพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์, I.Q., วิทยากรอิสระ, ติวเตอร์ รับบรรยาย ฝึกอบรม, ติว, สอนคณิตศาสตร์ผ่านโจทย์เชาวน์คณิต (GMAT, GRE), โจทย์คิดเลขเร็ว, โจทย์ปัญหาเชาวน์, โจทย์พัฒนา I.Q.,  เกมปริศนา หรือ โจทย์พัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับผู้บริหารในองค์กรทุกประเภท เพื่อพัฒนาวิธีเรียนรู้ และ วิธีคิดวิเคราะห์ ให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้ของตนเอง, มีตรรกะเชิงจินตนาการในการคิด, มี mind map ในการจดจำ, คิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ, มีความคิดรวบยอดในการแก้ปัญหา, เข้าใจปัญหาได้ตรงประเด็น และ แก้ปัญหาอย่างมีจินตนาการสร้างสรรค์นอกกรอบ เพราะ "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" และ "ความคิดสร้างสรรค์ เป็นพรสวรรค์ที่พัฒนาได้"

สอนให้เก่ง   เน้นเข้าใจ   ไม่ใช่ท่องจำ   เพื่อทำข้อสอบได้ 
Smart                       Fast                     Correct
ชาญฉลาด - ตีโจทย์เป็นภาพ    เร็ว - ไม่เกิน  30 วินาที    ถูกต้อง - เข้าใจตรงกัน
ไม่รับจ้างทำข้อสอบใดๆทั้งสิ้น
ครูกิ๊ก (SmartMathsTutor)
          รับติว GMAT, GRE, SAT ข้อสอบภาษาอังกฤษตามวันเวลาที่ผู้เรียนสะดวก  โดยผู้เรียนต้องตั้งใจเรียนรู้ด้วยตัวเอง     ครูกิ๊กเป็นเพียงติวเตอร์ที่จะแนะแนววิธีการดีๆ (Smart, Fast, Correct ดูด้านล่าง) ที่ช่วยให้ผู้เรียนทำโจทย์ได้ถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น  จำนวนชั่วโมงติวจึงขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เรียน   
ทดลองเรียน 1 ข้อ  เพื่อพิสูจน์
            ผู้เรียนสามารถนำโจทย์ที่สงสัยมาสอบถามครูกิ๊ก  เพื่อดูว่าวิธีที่สอนนั้นดีหรือไม่อย่างไร   เพราะทราบดีว่าผู้เรียนต้องการผลสำเร็จ  จึงไม่อยากให้ผู้เรียนผิดหวัง  ลงทุนแล้วต้องสอบได้คะแนนสูงที่สุด
          ติดต่อครูกิ๊กทางมือถือ  082-558-1100  หรือไลน์ (Line ID : SmartMathsTutor)





ติวGMAT


Course ติวคณิตศาสตร์
สอนวิธีคิดวิเคราะห์ เลข GMAT, GRE, CU-BEST, O-Net, PAT1, Smart-I ฯลฯ
$- A. สอบเข้าปริญญาโท - เอก -$ 

A.1 ติว GMAT, GRE เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ
A.2 ติว CU-BEST, SMART-II, นิด้า เพื่อเรียนต่อปริญญาโท-เอก ในประเทศ
$- B. สอบเข้ามหาวิทยาลัย - ติวเข้าเตรียมอุดมฯ -$ 

B.1 ติว O-Net คณิตศาสตร์, PAT 1, ติวเข้มเลข SMART-I http://kiktewlek.blogspot.com/2016/12/smart-1.html
B.2 ติวเข้าโรงเรียนเตรียมอุดม, มหิดลวิทยานุสรณ์
$- C. คณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาบุคลากร-$ 
รวมผลงาน คำติ-ชม ==> คลิก

วิธีทำน้ำกะเพรารักษาอาการกรดไหลย้อน ท้องอืด - โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด น้ำกะเพราช่วยท่านได้, GERD

รู้ไว้มีสุข กรดไหลย้อย
1.1
โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด :: วิธีรักษาด้วยน้ำกะเพรา (สมุนไพรไทย) 
โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด น้ำกะเพราช่วยท่านได้ 
เขียนเมื่อ 14/ มีนาคม / 2551  
(ปรับปรุงล่าสุด เมื่อ 08/11/53)
(ปรับปรุงล่าสุด เมื่อ 01/02/58)

          คำแนะนำ ผู้เขียนขอแนะนำให้ผู้ที่เข้ามาหาความรู้บนเว็บไซต์ ให้ความสำคัญกับอาการและสาเหตุที่เป็นโรค เพื่อปรับวิถีชีวิตหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดโรค ส่วนผู้ที่ต้องการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพ (Blogger ท่านอื่น) ผู้เขียนอยากให้ท่านให้ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยหรือการรักษาโรค  เช่น อายุ เพศ อาชีพ (คร่าวๆ) สาเหตุของโรค พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาการของโรค ระยะเวลาที่เป็น เวลาในการรักษา ฯลฯ   เพื่อข้อมูลที่ท่านแบ่งปันจะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านที่จะได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยอื่นต่อไป 

          สาเหตุที่ผมเป็นโรคท้องอืด กรดไหลย้อนและจุกเสียดในลำไส้ ผมคิดว่าเพราะเกิดจาก ช่วงก่อนหน้านี้หลายเดือน ผมทานยาคลายกล้ามเนื้อไป รวมประมาณเกือบ 30 แผงได้ (การทานยาคลายกล้ามเนื้อ คงทำให้ผนังกระเพาะอาหาร-ลำไส้บางลง) และในวันที่เป็นโรคท้องอืดนั้น ผมจำได้ว่า ยังทานยาคลายกล้ามเนื้ออยู่            

          วันที่ท้องอืดนั้น ผมทำงานอยู่ เพื่อนเขาเลยซื้อกาแฟปรุงสำเร็จมาให้จากร้านสะดวกซื้อ ตอนนั้นก็จะง่วงอยู่แล้ว (ง่วงจากการทานยาคลายกล้ามเนื้อ) ผมเลยดื่มกาแฟเข้าไป ดื่มไปแล้ว รู้สึกว่ามันเข้มข้นมาก และในตอนนั้นก็เป็นเวลา 10.00 น. ซึ่งท้องผมว่างอยู่ (ดื่มกาแฟตอนท้องว่างเข้าไป เลยทำให้กระเพาะอาหารบวม แดงนี่เอง แม้ว่าวันนี้ ผมจะทานอาหารเช้า) ทำให้ผมท้องอืดขึ้นมา ผมปวดท้อง (แต่ไม่แสบท้อง) และท้องร้องป๊อกๆๆหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จในวันนั้นทันที และในตอนเย็นวันนั้น ผมไปซื้อยาบรรเทาอาการท้องอืดมาทาน แถมด้วยยาก่อนอาหารช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัว แต่ทานยาไปแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น           

          และก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้เครียด และไม่ได้ทานอาหารก่อนนอน (กินก่อนนอน)           
          ผมท้องอืดไปได้ประมาณ 5 วัน พยายามทานผักเพิ่มเข้าไปก็แล้ว ทานยาเคมีสังเคราะห์ต่างๆ เช่น ยาเม็ดช่วยย่อยอาหาร ยาก่อนอาหารช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัว ยาเม็ดเคี้ยวลดอาการท้องอืด จุก เสียดท้อง อาการก็ไม่ทุเลาเลย (ผมไม่ได้ทานยาลดการหลั่งของกรด เช่น Miracid เพราะผมไม่ได้เครียด) ผมจึงโทรไปหาเพื่อนที่เรียนธรรมด้วยกัน เขาก็ให้สูตรน้ำกะเพรามา (สูตรน้ำกะเพรานี้ ได้มาจาก นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์)            

          พอได้สูตรน้ำกะเพรา วันนั้นกลับบ้านดึก ตัดสินใจรีบไปซื้อกะเพราที่ห้างคาร์ฟูร์ตอน 21.30 น. กลับถึงบ้าน ประมาณ 22.00 น. รีบต้มน้ำกะเพราตามสูตร แต่ยังไม่ดื่ม            
          พอเอนตัวลงนอน สังเกตกระเพาะ ท้องร้องป๊อกๆๆๆๆ ทันที เลยดื่มน้ำกะเพราไป ปรากฏว่าไม่เกิน 10 - 15 นาที เรอเต็มๆ 1 ที แถมผายลม (ตด) แรงๆนานๆ(ประมาณ 3 วินาทีได้) อีก 1 ที พอเอนตัวลงนอนท้องหายร้องป๊อกๆๆๆๆๆแล้วครับ โดยไม่ต้องทานยาเคมีเข้าช่วยเลย ลองดื่มดูนะครับ

          (ผมเขียนข้อความ อาการของโรคโดยรวมของผมตลอด 1 เดือนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ท้องอืดนี้เพิ่มขึ้นมา เพราะผมเป็นโรคกรดไหลย้อนนี้อีกครั้ง (ในปี 2553) แต่อาการหนักกว่าเดิมมาก เพราะสาเหตุเกิดจากความเครียด (เครียดมาก) ระหว่างรักษานี้ รักษาด้วยน้ำกะเพราอย่างเดียวไม่หายขาด ต้องทานยาพร้อมทั้งควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด โดยทานอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารใหม่ทั้งหมด กรุณาอ่านบทความสุขภาพ เรื่องกรดไหลย้อนได้ที่ Google Search Engineโดยใส่คำว่า ""กรดไหลย้อน ห้ามกิน รู้ไว้มีสุข"" หรือ คลิกที่ ==>  http://kiktewlek.blogspot.com/2014/12/gerd-turmeric.html)

          อาการของโรคท้องอืด กรดไหลย้อนโดยรวมของผมตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่เป็น  
          หลังรับประทานอาหารมีอาการจุกที่ลิ้นปี่ ท้องร้องป๊อกๆๆๆๆๆ ท้องโตโดยเมื่อกดท้องลงไปเหมือนกดลูกโป่ง (พูดขำๆ "เหมือนท้องเป็นลูกโป่ง") เหมือนมีลมอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยเฉพาะเมื่อทานอาหารเผ็ดหรือเปรี้ยว ยิ่งจุกที่ลิ้นปีและท้องยิ่งโตมาก และหลังรับประทานอาหารประมาณ 2 ชม.ไปแล้ว ถ้าผมได้เดินหรือทำกิจกรรมอื่นๆ อาการท้องร้องป๊อกๆๆก็จะหายไป แต่ถ้ากลับมานั่งอาการท้องร้องป๊อกๆๆก็จะมีขึ้นมาอีก แต่อาการท้องร้องป๊อกๆๆ จะหายไปใน 4 - 6 ชม. บางครั้งจะมีอาการปวดแบบจุก เสียดที่ลำไส้ เหมือนถูกแทงด้วยหลาว นั่งอยู่ดีๆก็เจ็บเหมือนถูกแทง หรือถูกต่อย โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารเย็น            

          อาการโดยรวมใน 1 สัปดาห์  มีอาการท้องผูกเล็กน้อย โดยถ่ายอุจจาระ 2 - 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (ซึ่งคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ปกติจะขับถ่ายอุจจาระทุกวัน) อุจจาระแข็งและมีอาการท้องอืดเหมือนว่า "อาหารย่อยช้า" (ใช้เวลาในการย่อยนาน)  
          และช่วงที่เป็นนี้ไม่มีอาการเครียด ไม่มีอาการจุกที่คอ ไม่มีอาการแสบร้อนหน้าอก หรือหน่วงแน่นบริเวณหน้าอก ไม่มีอาการแสบท้องหรือร้อนท้อง ไม่มีอาการปวดเหมือนใครมาบิดลำไส้ (สงสัยคงเพิ่งเป็นครั้งแรก อาการเลยไม่หนักมาก ) แต่ในบางคืนก่อนนอนมีอาการเหมือนกรดไหลลอยมาที่คอ และในตอนกลางวันบางวันมีอาการเหมือนไอของกรดในกระเพาะอาหารลอยมาโดนคอ 

          ตอนนี้ ผมหายป่วยจากโรคท้องอืด โรคกรดไหลย้อนแล้ว ตัวผมเองหายป่วยจากโรคนี้ภายใน 1 เดือน และระหว่างที่ผมดื่มน้ำกะเพรานี้ ผมไม่ได้ทานยาเคมีสังเคราะห์เลยสักเม็ดเดียว ปัจจุบันนี้ (26/12/2552) ผมก็ยังไม่เป็นโรคนี้ซ้ำ เพราะว่าผมพยายามรับประทานอาหารอย่างเคร่งครัด และผมจะไม่ทานยาคลายกล้ามเนื้ออีกต่อไป           

          ที่จริง ผมคิดว่า ผมน่าจะหายจากโรคท้องอืด กรดไหลย้อนนี้ภายใน 10 - 15 วัน แต่พอดีว่า มีอยู่วันหนึ่งที่คิดว่าจะหายจากโรคนี้สนิทนั้นแหละ (ประมาณวันที่ 11 - 12) ผมได้ทานอาหารรสเผ็ดจัด ทำให้วันนั้นเกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องร้องป๊อกๆๆๆ (กดท้องลงไปเหมือนลูกโป่ง จุกที่ลิ้นปี่) มีอาการรุนแรง เหมือนตอนเริ่มท้องอืดใหม่ๆ ขึ้นอีกครั้ง (จะหายแล้ว แต่ดันไปทานอาหารไม่เหมาะ ทำให้เป็นโรคขึ้นมาใหม่) 

อาการเตือนเบื้องต้นก่อนจะเป็นโรคท้องอืด (สังเกตจากตัวผมเอง)
          1. มีอาการเรอหลังรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ และเริ่มเหม็นเปรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ หรือเรอเมื่อยังไม่ได้ทานอาหาร (เรอก่อนทานอาหาร เรอขณะท้องว่าง)
          2. ไม่มีการผายลมมาหลายวัน
          3. เริ่มรู้สึกปวดท้องเล็กๆน้อยๆ หลังจากกินอาหารเสร็จ เริ่มจุกที่ลิ้นปี่ 

สูตรนี้ได้มาจาก นพ.เปี่ยมโชค ชลิดาพงศ์ (ซึ่งผมฟังต่อๆกันมาจากเพื่อนๆอีกที)  
วิธีทำน้ำกะเพรา
          1. นำกะเพรา 1 กำ (ทั้งลำต้นและใบ) ประมาณ 1 ขีด มาล้างให้สะอาดด้วยน้ำจุลินทรีย์ EM (แช่ 1 ช.ม.) หรือน้ำยาล้างผักเพื่อล้างยาฆ่าแมลงออก (ปัจจุบันนี้ พ.ศ. 2553 ผมปลูกต้นกะเพราขาวและต้นกะเพราแดงไว้ที่หน้าบ้านด้วยครับ)
          2. ใส่น้ำ 2 - 3 ลิตรลงในหม้อ นำกะเพราใส่ลงไปทั้งหมด ทั้งลำต้นและใบ
          3. ปิดฝาหม้อ ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ต้มประมาณ 15 - 20 นาที พอน้ำเดือดปุ๊บให้ปิดแก๊สทันที 
          ข้อมูลเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผม หากใช้ไฟอ่อนเกินไป ฤทธิ์ยาในกะเพราจะไม่ออกมา ควรกะปริมาณไฟที่ต้ม ให้น้ำเดือดภายใน 15 - 20 นาที
           4. ดื่มหลังอาหาร 1 แก้ว 250 ml (อ่านตรง ปล. ต่อ)
          5. ถ้าน้ำกะเพราเย็นลง หรือ ดื่มไม่หมด ไม่ต้องอุ่นหรือต้มซ้ำ ให้แช่เย็นไว้ดื่ม เพื่อไว้ดื่มได้หลายๆวัน 
          ข้อมูลเพิ่มเติม สำหรับคนธาตุเย็น อย่างเช่นตัวผมเอง ผมจะไม่ดื่มน้ำกะเพราเย็น แต่จะตั้งน้ำกะเพราทิ้งไว้ให้หายเย็นก่อน แล้วค่อยดื่ม เพราะหลังรับประทานอาหาร ถ้าผมดื่มน้ำเย็นหรือทานของเย็นๆ ผมจะท้องอืดอาหารไม่ย่อยครับ   
ป.ล.
       1. ถ้าใช้กะเพราแดงจะได้ผลดีกว่า
       2. จำไว้ว่า กะเพราเป็นสมุนไพรธาตุร้อน ถ้าดื่มน้ำกะเพราไปแล้วเกิดอาการร้อนใน ให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง
       3. อาการหนักประมาณ 6 - 8 แก้ว และหลังจากวันแรกที่ดื่ม ถ้าอาการทุเลาให้ลดปริมาณน้ำกะเพราลง ดื่มเฉพาะหลังอาหาร มื้อละ 1 - 2 แก้ว แต่ไม่ควรเกิน 4 แก้วต่อวัน
       4. ยาสมุนไพรไทย ใช้เวลารักษานานถึงจะหาย ต้องกินเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องทานยาเคมีสังเคราะห์เข้าช่วยเลย


ประโยชน์ของกะเพรา
          กะเพราช่วยขับลม เป็น Buffer ปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยเร่งการย่อยอาหาร ได้ผลดีเยี่ยมกับคนที่เป็นโรคในลำไส้เล็ก เช่น จุกเสียดในลำไส้เล็ก (โรคนี้เวลาเป็นเหมือนถูกแทงด้วยหลาว นั่งอยู่ดีๆก็เจ็บเหมือนถูกแทง หรือถูกต่อย) และ ได้ผลดีกับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนครั้งแรก หรือ ในเด็กเล็ก ถึง วัยรุ่น โดยทั่วไปแล้ว น้ำกะเพราสามารถทานร่วมกับสมุนไพรบรรเทาอาการท้องอืดอื่นๆได้ในปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคน คือ ไม่ถึงขั้นทำให้เป็นร้อนใน หากดื่มน้ำกะเพราแล้วเกิดอาการร้อนในขึ้น แสดงว่าดื่มมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้  ดังนั้นให้ลดความเข้มข้นและปริมาณของน้ำกะเพราลง
          น้ำกะเพราเหมาะสำหรับคนที่เป็นกรดไหลย้อนที่มีอาการท้องอืดร่วมด้วยเป็นประจำ 

การดูแลตนเองสำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืด จุก เสียด แน่นเฟ้อ และกรดไหลย้อน (ข้อมูลนี้ได้มาจากประสบการณ์ของผู้ป่วย)
       1. รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ไม่ทานลูกอมรสต่างๆ เช่น รสเปรี้ยว ที่ผสมสารสังเคราะห์
       2. ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดและเปรี้ยว แม้เพียงเล็กน้อย (ข้อนี้สำคัญ)
       3. ไม่รับประทานอาหารมัน เช่น กล้วยแขก มันทอด ปอเปี๊ยะทอด และของหมักดอง เช่น ผลไม้ดองต่างๆ (ข้อนี้สำคัญ)
       4. ไม่ควรรับประทานอาหารรสหวาน ที่มีน้ำตาลปริมาณมาก เช่น ขนมหวาน, น้ำหวาน, น้ำอัดลม (ข้อนี้สำคัญ)
       5. งดดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ ชาและกาแฟก็ควรงด (ข้อนี้สำคัญ)
       6. ไม่รับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์เป็นจำนวนมาก ควรทานเนื้อปลา หรือถั่ว (ข้อนี้สำคัญ)
       7. ควรรับประทานผัก เน้นเป็นผักต้ม (ผักสดควรรับประทานแต่น้อย) เพื่อให้มีการขับถ่าย ไล่ลมออก จุลินทรีย์ได้ทำงาน (ข้อนี้สำคัญ)
       8. ไม่ควรรับประทานผลไม้ประเภทย่อยยาก เช่น ฝรั่ง, มะม่วง
       9. ควรทานผลไม้ประเภทย่อยง่าย และมีกากใยสูง และไม่มีน้ำตาล ผลไม้ที่แนะนำ เช่น ส้ม ชมพู่ แตงไทย แคนตาลูป และห้ามทานฝรั่ง แตงโม แก้วมังกร มะเขือเทศโดยเด็ดขาด
       10. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ประมาณ 100-200 ครั้งต่อ 1 คำ หรือ 3 นาทีต่อ 1 คำ (ข้อนี้ช่วยได้มาก)
       11. ไม่รับประทานอาหารจนเต็มกระเพาะอาหาร (ข้อนี้สำคัญเช่นกัน)
       12. ใช้เวลารับประทานอาหารในแต่ละมื้อประมาณ ครึ่ง - หนึ่งชั่วโมง
       13. หลังรับประทานอาหารเสร็จ ให้ดื่มน้ำเปล่าแต่น้อย หลังจากนั้นอีกประมาณ ครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงให้ดื่มน้ำกะเพรา เพราะน้ำกะเพราจะช่วยขับลม และช่วยเร่งการย่อยอาหาร (ข้อนี้สำคัญ)
       14. แกว่งแขนหลังรับประทานอาหารเสร็จในแต่ละมื้อ ช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้มีการเคลื่อนไหว (ข้อนี้สำคัญมากๆเช่นกัน)
       15. ตอนเย็นให้รับประทานอาหารย่อยง่ายๆเท่านั้น เช่น โจ๊ก, ข้าวต้ม (ข้อนี้สำคัญมากๆเช่นกัน)
       16. ทานอาหารเสริมประเภทเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ ไม่ควรทานนมเปรี้ยวหรือโยเกริต์ เนื่องจากนมทำให้บางท่านท้องอืดได้
       17. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งทุกเช้า หรือวิ่งในช่วงเย็น อย่างน้อย 2.0 - 3.0 กิโลเมตร หรือเดินในช่วงเย็น เพื่อให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว (ข้อนี้สำคัญ)
       18. อดทนในเรื่องไม่ทานอาหารจุกจิก ไม่เป็นเวลา ไม่เป็นมื้อ สหายธรรมของผมที่เป็นคนสูงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ทุกคนรักษาโรคนี้ด้วยการทานอาหารเป็นมื้อทั้งหมดทุกคนครับ (ข้อนี้สำคัญเช่นกัน)
        19. ท่องไว้ในใจเสมอว่า การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐมีเงินทำไม ถ้าไม่ได้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์

       ใช้เวลาและเงินดูแล - ซื้อสุขภาพ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ก็เพียงพอแล้วครับ  ดีกว่าที่จะหาเงินมาไว้มากๆ เพื่อจ่ายค่ารักษาตอนแก่ 

ป.ล.  เกือบ  7   ปีแล้วที่ผมไม่ได้เป็นโรคท้องอืด กรดไหลย้อนเลยครับ เพราะผมเคร่งครัดในการรับประทานอาหาร ปรับปรุงพฤติกรรมใหม่ทั้งหมดอย่างเคร่งครัด











วิธีทำน้ำกะเพรา



----------------------------------------------------------
เรื่องราวกรดไหลย้อนไม่ได้จบเพียงเท่านี้
----------------------------------------------------------

ขอบคุณผู้อ่าน.....ที่ให้กำลังใจ
ขอบคุณครับ

No comments:

Post a Comment