เรียน GMAT




SmartMathsTutor กิ๊ก
          นักพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์, I.Q., วิทยากรอิสระ, ติวเตอร์ รับบรรยาย ฝึกอบรม, ติว, สอนคณิตศาสตร์ผ่านโจทย์เชาวน์คณิต (GMAT, GRE), โจทย์คิดเลขเร็ว, โจทย์ปัญหาเชาวน์, โจทย์พัฒนา I.Q.,  เกมปริศนา หรือ โจทย์พัฒนาศักยภาพบุคลากรระดับผู้บริหารในองค์กรทุกประเภท เพื่อพัฒนาวิธีเรียนรู้ และ วิธีคิดวิเคราะห์ ให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้ของตนเอง, มีตรรกะเชิงจินตนาการในการคิด, มี mind map ในการจดจำ, คิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ, มีความคิดรวบยอดในการแก้ปัญหา, เข้าใจปัญหาได้ตรงประเด็น และ แก้ปัญหาอย่างมีจินตนาการสร้างสรรค์นอกกรอบ เพราะ "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" และ "ความคิดสร้างสรรค์ เป็นพรสวรรค์ที่พัฒนาได้"

สอนให้เก่ง   เน้นเข้าใจ   ไม่ใช่ท่องจำ   เพื่อทำข้อสอบได้ 
Smart                       Fast                     Correct
ชาญฉลาด - ตีโจทย์เป็นภาพ    เร็ว - ไม่เกิน  30 วินาที    ถูกต้อง - เข้าใจตรงกัน
ไม่รับจ้างทำข้อสอบใดๆทั้งสิ้น
ครูกิ๊ก (SmartMathsTutor)
          รับติว GMAT, GRE, SAT ข้อสอบภาษาอังกฤษตามวันเวลาที่ผู้เรียนสะดวก  โดยผู้เรียนต้องตั้งใจเรียนรู้ด้วยตัวเอง     ครูกิ๊กเป็นเพียงติวเตอร์ที่จะแนะแนววิธีการดีๆ (Smart, Fast, Correct ดูด้านล่าง) ที่ช่วยให้ผู้เรียนทำโจทย์ได้ถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น  จำนวนชั่วโมงติวจึงขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เรียน   
ทดลองเรียน 1 ข้อ  เพื่อพิสูจน์
            ผู้เรียนสามารถนำโจทย์ที่สงสัยมาสอบถามครูกิ๊ก  เพื่อดูว่าวิธีที่สอนนั้นดีหรือไม่อย่างไร   เพราะทราบดีว่าผู้เรียนต้องการผลสำเร็จ  จึงไม่อยากให้ผู้เรียนผิดหวัง  ลงทุนแล้วต้องสอบได้คะแนนสูงที่สุด
          ติดต่อครูกิ๊กทางมือถือ  082-558-1100  หรือไลน์ (Line ID : SmartMathsTutor)





ติวGMAT


Course ติวคณิตศาสตร์
สอนวิธีคิดวิเคราะห์ เลข GMAT, GRE, CU-BEST, O-Net, PAT1, Smart-I ฯลฯ
$- A. สอบเข้าปริญญาโท - เอก -$ 

A.1 ติว GMAT, GRE เพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ
A.2 ติว CU-BEST, SMART-II, นิด้า เพื่อเรียนต่อปริญญาโท-เอก ในประเทศ
$- B. สอบเข้ามหาวิทยาลัย - ติวเข้าเตรียมอุดมฯ -$ 

B.1 ติว O-Net คณิตศาสตร์, PAT 1, ติวเข้มเลข SMART-I http://kiktewlek.blogspot.com/2016/12/smart-1.html
B.2 ติวเข้าโรงเรียนเตรียมอุดม, มหิดลวิทยานุสรณ์
$- C. คณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาบุคลากร-$ 
รวมผลงาน คำติ-ชม ==> คลิก

รู้ไว้มีสุข กรดไหลย้อน ห้ามกินอาหารเหล่านี้ รักษาด้วยอาหารแสลงที่ไม่ควรทานและควรทานควบคู่กับยา อยากบอกว่า หายแล้วครับ 6 เดือนเอง, (Gastro-Esophageal Reflux Disease, GERD)

รู้ไว้มีสุข กรดไหลย้อย
1.2

          ฝากข่าว – ปีนี้ (2555) คนที่ผมรู้จัก 2 คน อายุ 30 ต้นๆ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2 กันแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่า คนวัยนี้สมัยนี้เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองกันมากขึ้นเพราะไม่ทานผัก ผลไม้ ทานแต่ของหวาน ทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ บวกกับความเครียด และ ไม่ออกกำลังกาย

โรคกรดไหลย้อน ท้องอืด อาหารไม่ย่อย แน่นท้อง
          นอกจากการรักษาด้วยการกินยาตามหมอสั่งแล้ว ผมยังต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองในเรื่องต่างๆ ได้แก่ สุขนิสัยในการรับประทานอาหารหลีกเลี่ยงอาหารแสลงโรค, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและการใช้ชีวิตออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักผ่อนคลายความเครียด

          วิธีเหล่านี้ ช่วยท่านได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน ผมหายจากอาการกรดไหลย้อน โดยใช้เวลารักษาด้วยตนเอง 6 เดือน ลองผิดลองถูกกับหลายๆอย่าง ตอนนี้ดีใจที่มีประสบการณ์ตรงกับโรคนี้มาแชร์ให้เพื่อนๆฟัง เพราะผมทราบดีว่า เมื่อเป็นโรคนี้แล้ว ผู้ป่วยทรมานมาก และหายขาดยากมาก “บางทีผมก็นึกขอบคุณโรคกรดไหลย้อนเหมือนกัน ที่ทำให้ผมหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเอง และ คนรอบข้างมากขึ้น”

ที่ผมหายได้ เพราะมี
          ตัวเอก คือ ขมิ้นชัน น้ำกะเพรา น้ำขิง
          ตัวรอง คือ ผักต้มกากใยสูงอาหารอ่อนๆเคี้ยวให้ละเอียดออกกำลังกาย
          ตัวประกอบ คือ ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ควร และไม่ควรทาน  ลดเครียด และ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานและการดำเนินชีวิตทั้งหมด เช่น  การเข้านอน ควรนอนไม่เกิน 22.00 น.

เล่าประสบการณ์
ผู้ที่ควบคุมอาหารแล้วอาการกรดไหลย้อนทุเลาลงไปอย่างมาก

(ข้อมูลได้มาเมื่อกลางปี 2553)

          คุณแม่ของเพื่อนผมคนหนึ่งอายุ 59 ปี เคยเป็นกรดไหลย้อนมา 8 ปี รักษากับแพทย์มาโดยตลอดแต่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการควบคุมอาหาร จนกระทั่งมาระยะหลังๆ มีอาการแสบร้อนทรวงอกอย่างรุนแรงในตอนกลางดึก จนต้องลุกขึ้นมาเดินรอบบ้านเพื่อให้อาการแสบหน้าอกทุเลา ทำให้ไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เป็นเช่นนี้มาปีครึ่ง ทั้งๆที่ทานยารักษาโรคกรดไหลย้อน (ที่ราคาเม็ดละ 70 บาท! ทานวันละ 3 เม็ด) ทั้งนี้เพราะคุณแม่ท่านนี้ชอบทานของหวานมาก เช่น ลอดช่อง ก็จะทานน้ำกะทิจนหมด ท่านเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่คลอดลูกคนแรก ท่านจะทานของหวาน 1 ครั้งใน 1 วันเป็นอย่างน้อย เป็นปกติเช่นนี้มาหลายสิบปี

          หลังจากที่ได้
ควบคุมอาหาร และงดทานของหวานทั้งหมด เน้นทานผักต้ม และเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ควบคู่กับการทานยาชนิดเดิม อาการแสบร้อนหน้าอกกลางดึกดังกล่าวก็หายไปภายใน ๒ เดือน ปัจจุบัน คุณแม่ท่านนี้หายจากอาการป่วยแล้ว ของหวานท่านก็ยังทานบ้าง แต่น้อยลงมากเหลือเดือนละครั้ง

          อาการแสบหน้าอกนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความเครียดอย่างที่เรารู้กันเพียงอย่างเดียว อย่างคุณแม่ท่านนี้ท่านเป็นเพราะรับประทานของหวานมากเกินไป แต่ความเครียดก็เป็นสาเหตุอันดับแรกที่ทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบ  รุ่นน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า  เวลาที่อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของเขาเครียด อาจารย์จะให้น้องเขาช่วยไปหยิบยาเม็ดละ 70 บาท  มาให้อาจารย์ทานทันทีที่อาจารย์เครียด



          อีกท่านหนึ่ง คุณพ่อของน้องคนหนึ่งอายุประมาณ 65 ปี สมัยก่อนเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ยังไม่มีใครรู้จักโรคกรดไหลย้อน ไม่มีใครรู้ว่า อาการแสบหน้าอกหรือว่าแน่นหน้าอกอาจเกิดจากกรดไหลย้อน (โรคลม) ท่านก็ไปหาหมอตามปกติ หมอก็บอกว่า เป็นโรคหัวใจ ก็ตรวจรักษาตามปกติในสมัยนั้น คุณพ่อท่านนี้มีอาการป่วยอย่างนี้มาประมาณ 20 ปี คือ มีอาการแน่นหน้าอก แสบร้อนทรวงอก และในระหว่าง 20 ปีนี้คุณพ่อท่านนี้ไม่ได้ระมัดระวังการรับประทานอาหาร คือ ยังคงสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าเหมือนเดิม บวกกับมีความเครียดจากการทำงานมาก  ระยะหลังคุณพ่อท่านนี้มีอาการเพิ่มขึ้นถึงขนาดแสบร้อนกลางอกตลอดเวลา และ แน่นหน้าอกจนสลบ จึงไปพบแพทย์ และหันมาดูแลตนเอง จริงจังกับการรักษาอีกครั้ง กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นโรคกรดไหลย้อนและรักษาได้ตรงจุดก็ใช้เวลาหลายปี เรา....คนสมัยนี้ จึงควรใส่ใจสังเกตอาการผิดปกติและรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆนะครับ 

          ปัจจุบันนี้ (ต้นปี 2554) คุณพ่อท่านนี้ทานแต่โจ๊กหรือไม่ก็ข้าวต้มทั้ง 3 มื้อ + ผักต้ม และเน้นทานอาหารชีวจิต และทานยาควบคู่ อาการดังกล่าวก็ทุเลาลงครับ


คำแนะนำเบื้องต้นในการดูแลตนเอง
เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน

(อ่านข้อมูลโดยละเอียด โดยคลิกที่ลิงค์ด้านล่างทั้งหมด)


          1. ควรทานโจ๊ก ข้าวต้ม ในมื้อเย็นพร้อมกับผักต้มหรือผักลวกเท่านั้น ในมื้อเย็น ผมทานโจ๊กครึ่งจาน + บวบหอมต้ม + ผักกาดขาวต้ม + แตงไทย + ไข่ต้ม 1 ฟอง และเนื้อหมูต้มเล็กน้อย

          2. ให้ต้มหรือลวกผักทาน เน้นบวบหอมซึ่งเป็นผักฤทธิ์เย็น (ไม่ใช่บวบเหลี่ยม) - ตามคำแนะนำของพี่โก๋สหายธรรม (อายุ 57 ปี) ผมทานบวบหอมต้มเพียงครั้งเดียวอาการแสบหน้าอกหายไปทันที อาจเป็นเพราะผมเพิ่งมีอาการแสบหน้าอกไม่มากและเป็นครั้งแรก
          มีคนถามว่าในการรักษา ผู้ป่วยจะต้องทานแต่ผักต้มนานแค่ไหน ตอบว่า ทานจนกว่าจะรู้ว่า บวมหอมมีรสหวาน


          3. พี่โก๋บอกว่า ในมื้อเย็น เขาทานแตงไทยเพียงอย่างเดียว 5 – 6 คำ แตงไทยจะดีเหมือนบวบเหมาะสำหรับคนธาตุร้อน สำหรับผมเป็นคนธาตุเย็นทานแตงไทยอย่างเดียวจะไม่เหมาะ ต้องมีเนื้อสัตว์ด้วย

          4. ทานผักสีขาวต้ม เพราะผักสีขาวย่อยง่าย เช่น ผักกาดขาว หัวกะหล่ำปลี  กะหล่ำปลี ผักกาดแก้ว สำหรับผักสีเขียวต้ม จะมีใยอาหารสูง ผมทานแล้วรู้สึกดี  ทานแล้วเรอออกมาตลอด

          5. กระเพาะปลา ทานได้ เพราะย่อยง่าย

          6. เน้นทานผักต้มมากๆ ให้ใยกากอาหารไปดูดซับกรด แต่ถ้ามีอาการท้องอืดร่วมด้วย ให้ทานพอประมาณ 1 ถ้วย เช่น บวม 1 ผล + ผักกาดขาว 2 แผ่น เป็นการไม่ให้ลำไส้ทำงานหนักเกินไป

          7. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ผมเคี้ยวผักต้ม 1 คำ 3 นาที

          8. ออกกำลังกายทุกวัน ให้ความเครียดมันหายไป เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ ฯลฯ

          9. อย่าทานอาหารอิ่มจนท้องขยายมาก เพราะทำให้หูรูดเสื่อมประสิทธิภาพเร็ว

          10. ขณะที่คุณป่วย ให้สังเกตตัวเอง และจดบันทึกไว้เป็นข้อมูลว่า อาหารชนิดไหนแสลงกับตัวคุณเอง ทำให้อาการกรดไหลย้อนกำเริบ หรืออาหารชนิดไหนเหมาะสำหรับตัวคุณ บันทึกไว้.....แล้วนำมาเล่าบนเว็บไซต์ จะได้ทราบว่า ผู้ป่วยโรคนี้ควรเลือกหรือหลีกเลี่ยงอาหารอะไร หรือใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งเป็นประโยชน์แก่คนไข้คนอื่นๆ เช่น พี่โก๋ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ทานมะม่วงสุกอย่างเดียวในมื้อเย็น ปรากฏว่า คืนนั้นอาการแสบร้อนหน้าอกกำเริบกลางดึก ทั้งๆที่วันก่อนไม่มีอาการเช่นนี้เลย และอย่างเช่นตัวผม ขณะเป็นโรคนี้จะไม่ถูกกับขนมปังเลย กินพายชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียว (ขนมปังน้อย แต่ไส้เยอะ) ทานแล้ว จุกที่คอทันที ทานผักต้มตามไปให้ช่วยเรอ ก็ไม่เรอ ทานยาขมิ้นชันไป 2 เม็ด ก็ไม่เรอ  ดื่มน้ำกระเพราซ้ำ ก็ไม่เรอ แถมแสบร้อนหน้าอกอีกต่างหาก

สรุปว่า
          หยุดเครียด + ควบคุมอาหาร + ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน และออกกำลังกาย.....โปรดใจเย็นๆค่อยเป็นค่อยไปในการรักษา อาการจะทุเลาจนกรดไหลย้อนหายขาดได้

          ข้อเตือนใจการเลือกทานอาหารอร่อยนอกบ้านตามใจปาก ทานจุบจิบไม่เป็นเวลาและทานมื้อดึก ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ลูกสาวของพี่คนหนึ่ง อายุ 25 ปี เธอชอบทานอาหารอร่อยๆทุกอย่างตามคำบอกเล่าจากเพื่อนและโฆษณาจากสื่อต่างๆ หลังเลิกงาน เธอมักจะเปิด SmartPhone ดูแผนที่ โทรนัดเพื่อน นัดเจอในร้านอาหารที่เขาแนะนำว่าอร่อย ปรากฏว่า ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคในระบบทางเดินอาหาร มีอาการปวดท้อง และมีเลือดปนมากับอุจจาระ หมอส่องกล้องดูลำไส้ พบแผลในลำไส้ โชคดีที่เธอยังอายุน้อย สามารถรักษาอาการป่วยได้หายขาด และให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานมากขึ้น ถ้าเธออายุมากในขณะที่เป็นโรคนี้ ระบบในร่างกายจะฟื้นตัวเองยากขึ้นแค่ไหน...........ลองคิดดูครับ


Print กันตามสบาย...ได้เลยครับ
          ผมเขียนเรื่อง กรดไหลย้อนไว้หลายหน้าบนเว็บเพจ Blogspot นี้ เช่น อาการกรดไหลย้อนที่ผมเป็น, อาหารแสลงและอาหารที่เหมาะกับโรคกรดไหลย้อน, อาการกรดไหลย้อนดังต่อไปนี้ ผมรักษาอย่างไร, ผักต้มที่แนะนำให้ทาน, หลักการออกกำลังกายบรรเทาอาการกรดไหลย้อน, สัดส่วนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม ฯลฯ เพื่อนๆโปรดคลิกอ่านทั้งหมดนะครับ LINK อยู่ด้านล่างสุด
เขียนโดย : รู้ไว้มีสุข (กิ๊ก)
ช่วงที่ผมป่วย ผมทานข้าวกับหมูต้ม (ต้มเอง)


บวบหอมต้มบรรเทากรดไหลย้อน
บวมหอมต้ม ช่วยลดอาการแสบร้อนท้อง

ผักกากใยสูงช่วยแก้ท้องผูกกรดไหลย้อน
ผักสีเขียวต้ม ใยอาหารสูง 
ช่วยทำความสะอาดลำไส้ บีบไล่อาหาร แก้ท้องผูก





 พกผักต้มไปทานเองที่ทำงาน ""สุขภาพดีต้องมาก่อน""



หันมาใส่ใจสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง
""ความไม่มีโรคทั้งกายและใจนั้น เป็นลาภอันประเสริฐ""


เขียนเตือนใจตัวเอง

ตอบคุณเอ๋ รูปยาลดกรด บรรเทาอาการท้องอืดที่ผมทานแล้วดีขึ้น
---------------------------------------------------------------------------------------------

โรคประจำตัว (ส่วนตัว) เมื่ออายุมากขึ้น
(update 01/04/2556)

เขียนเตือนใจตัวเอง    ให้มีวินัยในการกิน 
ไม่ให้กินตามใจอยาก    ซึ่งทำร้ายตัวเอง

ปล. ติดไว้ในห้อง ถ่ายไว้ในมือถือ


------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่ออายุมากขึ้น 
(เตือนใจ.....สุขภาพดีต้องมาก่อน)
(update 13/06/2556)

พี่อ้อย สหายธรรม ปีนี้อายุครบ 50 ปีพอดี อายุแค่นี้ก็ต้องพกยาขนาดนี้แล้ว
ไหนจะ ฟ้าทลายโจร, ขมิ้นชัน, ยาช่วยย่อย, น้ำมันนวดหมอสิงห์, ยาหยดตาแก้ภูมิแพ้ลูกตา,
น้ำตาเทียม, ยาบรรเทาปวดไมเกรน, ยาแก้ปวดหัว,
ครีมกันแดด, โลชั่น, ยาฆ่าเชื้อราบนผิวหนัง, ยาแก้แพ้, ยาอมสมุนไพรแก้ไอ-เจ็บคอ ฯลฯ

รูปที่เห็นยังไม่รวม (ขวด)น้ำใบย่านาง, น้ำอัลคาไลน์ pH-12, น้ำดอกอัญชัญ 
เม็ดฟักทอง, งาดำ เป็นอาหารเสริมที่่ต้องทานเป็นประจำทุกมื้อ 

และจะต้อง  ซื้อผักพื้นบ้าน  หิ้วไปทำเป็นอาหารเย็น  ซื้ออาหารสมุนไพร
ต้มน้ำร้อนแช่เท้า  ปั่นน้ำใบบัวบก........

รวมทั้งหยดน้ำตาเทียมแบบเจลก่อนนอน

รักษาสุขภาพกันตัั้งแต่วันนี้นะครับ



 
 
เครดิต : รูปกระเป๋ายาของพี่อ้อย สหายธรรม
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อคิดท้ายสุด สำหรับผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อน 

สุขภาพดี  ต้องมาก่อนความอร่อย ไม่เช่นนั้น ไม่หาย.....
------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านBlog นี้ตั้งแต่โดนโรคกรดไหลย้อนและกระเพราะอาหารเล่นงานอย่างหนัก ได้Blogนี้ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ จนวันนี้เกือน 6 เดือนแล้ว หายดีขึ้นเยอะค่ะ แต่ยังควบคุมอาหารต่อไป แบะคิดว่าจะทำไปตลอดค่ะ

อาการตอนแรก คลื่นไส้ จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่และคอหอย แน่น อึดอัดท้อง แสบ ร้อนบ้างเป็นบางครั้ง หัวใจเต้นเร็ว และเหมือนจะเป็นลม ร่างกายไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
บางทีพยายามจะเรอ แต่ก็ไม่ออก หรือ เรอไม่สุด ทรมานมากค่ะ แถมเครียดด้วย ยอมรับค่ะว่าทำงานหนัก กินข้าวไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย

ไปพบคุณหมอหลายครั้ง ก็วินิจฉัยว่า เป็นกรดไหลย้อน+กระเพราะอาหาร เข้าออกโรงพยาบาลทุกอาทิตย์ แต่อาการก็ทุเลาไปบ้าง ทานยาหลายตัวมาก
ยาคลายเครียด Omeprazole Mirax-M Lansoprazole Ranitidine Prevacid Motilium Air-X คิดว่าเกือบทุกตัวเท่าที่จะมี **แต่เป็นยาที่คุณหมอสั่งนะคะ ไม่ได้ซื้อยามาทานเอง** ค่ายาก็แพงค่ะ ไปหาไม่ตำ่กว่า 1000 ทำงานไม่คุ้มค่ายาค่ะ จนในที่สุดอยากรักษาตัวอย่างจริงจัง เลยไปส่องกล้องดู หลอดอาหาร กระเพราะอาหาร ลำไส้เล็ก ไม่พบสิ่งผิดปกติและเชื้อโรค หรือ เชื้อมะเร็ง พบเพียงอาการอักเสบและแดงของกระเพราะ และเป็นคนมีกรดในกระเพราะมาก คุณหมอเลยให้ยามาทาน และนัดมาพบอีกสองครั้ง อาการก็เริ่มดีขึ้น แต่พอยาหมด ที่นี้ล่ะสิ เราจะทำไงดี เราคงไม่ได้พึ่งยาตลอดชีวิต เลยฮึดค่ะ !! ลองสักตั้ง
เปลี่ยนแปลงอาหารการกิน และมีวินัยกับตัวเองมากขึ้น กินอาหารตรงเวลา
ต้องขอบคุณBlogนี้มากค่ะ อาหารส่วนใหญ่ก็กินตามเจ้าของBlog หรือบางทีก็ไปปรับเปลี่ยนบ้าง กลายเป็นว่า ไม่กินอาหารรสจัด ไม่ปรุงแต่งอาหารมาก กินผักเยอะๆ ไม่กินนำ้อัดลม ของหวาน หรือผลไม้ที่มีกรดเยอะๆ ยอมรับเลยค่ะ ต้องทนกิน ไม่อร่อยเพื่อสุขภาพ 5555 อ่อๆ ทานนำ้ขิงด้วยค่ะ ซื้อขิงมาต้มเอง ใส่นำ้ตาลบ้างเล็กน้อย ขับลมดีค่ะ แล้วก็นอนหัวคำ่ค่ะ
ตอนนี้ไม่ได้ทานยาคุณหมอมา 2 เดือนกว่าแล้วค่ะ ทานเพียงขมิ้นชัน แต่ก็ยังคุมอาหารเหมือนเดิมแต่ไม่เคร่งเท่าไร อาจจะมีเพิ่มรสชาติอาหาร แต่ไม่รสจัดจ้าน ยังคงเน้นผัก โดยเฉพาะ กระเจี๊ยบ กับ บวบ ทานแล้วสบายท้องดีค่ะ จนตอนนี้ใช้ชีวิตได้เกือบปกติ และอย่าลืมออกกำลังกายกันนะคะ วิ่งเหยาะๆ เนี่ยแหละค่ะ ดีมากก แอโรบิคอีกหน่อย
อาจจะเขียนยาว แต่อยากบอกต่อค่ะ เพราะตอนนั้นทรมานมากจริงๆ พอหายได้เราดีใจค่ะ อย่าลืมนะคะ มีวินัยกับการกินอาหาร ยาอะไรก็ช่วยไม่ได้มาก เท่าเราช่วยตัวเราเอง และขอบคุณเจ้าของBlogอย่างมากเลยค่ะที่เอาสิ่งดีๆมาแบ่งปัน


โดย: โบ๊ท IP: 223.204.34.241 วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:20:56:08 น.



มามะ ขอเล่าประสบการณ์ตรงกับกรดไหลย้อนให้ฟังบ้าง
จำได้ว่าเป็นครั้งแรกตอนน้ำท่วมใหญ่ครับ รักษาตัวแบบมั่วๆอยู่สักพักจนมาเจอblogคุณกิ๊กนี่แหละ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนแปลงการกินทุกอย่าง อาการก็ดีขึ้นนะครับแต่ไม่หาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อยากตายหลายรอบ งานก็ทำไม่ได้ แรงก็ไม่ดี น้ำหนักลดจาก 64 เหลือ 57 เพื่อนๆเห็นตกใจกันใหญ่ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ประมาณ2ปีแล้ว อยากบอกว่าตอนนี้อาการผมดีขึ้นมากกก ไม่อยากตายละ ชีวิตเปลี่ยนใหม่หมด รู้สึกเลยว่าชีวิตเป็นเหมือนคนปกติมากขึ้น แข็งแรงขึ้น ถามว่าตอนนี้ยังมีอาการไหม ตอบว่ามีครับ หนักสุดก็แบบอิ่มๆอยากเรอแน่นท้อง แต่ไม่มีจุกคอ ร้อนคอนะครับ อาการแน่นท้องที่ว่าถ้าได้เดินเล่นหรือขี่จักรยาน มันก็หายไปเอง เพราะฉนั้น ส่วนมากเวลากินเสร็จแล้วผมจะเดินเล่นสักพักครับ

อาการเมื่อ2ปีก่อน: หลังจากกทานอหารรู้สึกทันทีเลยว่าจุกคอ กินโจ๊กยังจุกเลย แน่นอกมากตลอดเวลา เจ็บจุกลิ้นปี่ ไม่มีแรงจะเดินจะทำงาน ตื่นนอนมาเจ็บหน้าอกมากๆๆๆ น้ำมูกเต็มจมูก

อาการขณะนี้: แทบจะไม่มีอาการเลย นอกจากเวลาที่กินอาหารเยอะเกินไปจะแน่นท้อง อยากเรอ หายใจเข้าไม่สุด

วิธีรักษา: ผมรักษาตัวตามที่คุณกิ๊กแนะนำครับ แต่ไม่ได้เคร่งขนาดที่คุณกิ๊กทำ (ไม่ทานอาหารสแลง ไม่ทานดึก ทานผักเยอะๆ) + ทานยาตามคุณหมอสั่ง Nexiumนี่กินเกือบปีนะครับ + กินขมิ้นชันบ้างในวันที่อยากกิน หรือวันที่รู้สึกแน่นอก *** ผมไม่เคยทานอาหารเสริม หรือ อาหารใดๆที่โฆษณาว่าแก้อาการกรดไหลย้อนได้นะครับ ***

ทุกวันนี้ผมยังคงทานอาหารตามที่คุณกิ๊กแนะนำนะครับ ทานผักเยอะๆ ทานเนื้อน้อยลง แต่สิ่งที่ผมทำและผมคิดว่าคุณกิ๊กคงไม่ได้ทำคือ ผมก็ทานข้าวนอกบ้านตามร้านอาหารปกติแล้ว แต่เลือกทานอาหารที่ไม่มัน ไม่เผ็ด รสไม่จัด เรียกได้ว่าผมใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิมแหละครับ

สิ่งที่ผมเลิกทำโดเด็ดขาด คือ
ผมไม่ทานอาหารหลัง 2ทุ่มครับ เพราะผมนอนประมาณเที่ยงคืน เมื่อก่อนผมกินมื้อดึก4ทุ่มทุกคืน
ผมเลิกทานขนมถุงๆ เมื่อก่อนผมทาน1ถุงใหญ่ๆก่อนนอน
ผมทานน้ำอัดลมน้อยมาก เมื่อก่อนผมกินอย่าต่ำวันละ2กระป๋อง

สิ่งที่ผมอยากจะบอกนะครับ ผมว่าโรคนี้รักษาได้ แม้ผมจะยังไม่หายขาดก็ตาม แต่อาการมันก็ไม่ได้กวนใจเหมือนเมื่อก่อน (ผมเล่นกีฬาได้ ไปเที่ยวได้ ทำงานได้ กินได้ทุกอย่าง นอนหลับ) แค่เลิกทำตัวผิดๆ ลองหาดูครับว่าคุณทำอะไรที่คนปกติเขาไม่ทำกัน แล้วเลิกทำซะ ผมใช้เวลาเกือบ2ปีในการรักษา เพราะฉนั้นอย่าถามเลยครับว่า รักษาตัวนานไหม มันขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ก่อนอื่นคุณต้องหาสาเหตุขอโรคให้เจอ แล้วแก้ให้ได้ก่อน จากนั้นก็ให้เวลาช่วยรักษา

ระหว่างที่ผมเป็นหนักๆ ผมsearchทุกอย่างที่มีในเนต โทรหาทุกเบอร์ที่มีทิ้งไว้ แต่ส่วนใหญ่เขาก็ไม่หายกันนะครับ ยิ่งโทรยิ่งเครียด (คิดดีๆสิ ถ้าเขาหายเขาจะsearchเนตหรอครับ น้อยคนที่จะเป็นเหมือนคุณกิ๊ก) สุดท้ายผมทำใจ กินอะไรก้ได้ที่ทำให้เราทรมานน้อยที่สุด อาการกลับดีขึ้น

ออกกำลังกายก็ช่วยได้เยอะนะครับ อย่างที่คุณกิ๊กบอกแหละครับ แต่ผมขี่จักรยานแทนวิ่ง ตดกระจาย หายแน่นไปเยอะ

นวดผมว่าก็ช่วยนะครับ หาเวลาไปนวดบ้างก็ดี นวดไปตดไป

สุดท้ายขอให้ทุกคนหายจากกรดไหลย้อนนะครับ อย่าท้อครับ หายได้ ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ ร่างกายมันมหัศจรรย์ครับ อย่าดูถูกร่างกายตัวเอง ผมไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านนะครับ ที่เข้ามาเขีบยนเพราะอยากช่วยคุณกิ๊กแบ่งเบา ทำตามที่บอกรับรองว่าดีขึ้นแน่นอน เอาว่าดีขึ้นจนคุณลืมกรดไหลย้อนเลยแหละ

โดย: เอก IP: 58.137.143.146 18 มิถุนายน 2556 10:06:35 น.
----------------------------------------------------------
เรื่องราวกรดไหลย้อนไม่ได้จบเพียงเท่านี้
บทอ่านบทความรักษากรดไหลย้อนทั้ง 10 เรื่อง ได้ที่ (คลิก)
----------------------------------------------------------

ขอบคุณผู้อ่าน.....ที่ให้กำลังใจ
ขอบคุณครับ

No comments:

Post a Comment